บาคาร่า เล่นยังไง วิธีแบบละเอียด ได้ที่นี่แล้วคุณจะเป็นเซียนเล่นบาคาร่า

บาคาร่า เล่นยังไง

facebooktwitterline pinterest

โพสต์เมื่อวันที่ กรกฎาคม 26, 2019, 5:22 am

บาคาร่า เล่นยังไง

บาคาร่า เล่นยังไง

 

 

อยากรู้ใช่ไหม บาคาร่า เล่นยังไง เรามีวิธีละเอียดมาบอก

สำหรับความบันเทิงของเกมบาคาร่าเป็นที่ชื่นชอบของนักเดิมพันจำนวนมาก หลายคนที่เคยผ่านการเล่นมาแล้วก็อาจจะบอกว่าเป็นที่สามารถเล่นได้อย่างง่ายมาก ๆ หากใครที่ไม่เคยเล่นมาก่อนก็สามารถเล่นได้ไม่ยาก คงสงสัยว่า บาคาร่า เล่นยังไง มาดูกันเลย

 

เพราะรูปแบบการเล่นนั้นมีความคล้ายกับการเล่นไพ่ป๊อกเด้งในบ้านเรา เชื่อว่าทุกคนต้องมีประสบการณ์การเล่นมาบ้างแล้วจึงช่วยให้คุณสามารถเล่นและทำความเข้าใจได้อย่างง่ายมากยิ่งขึ้น

 

สำหรับวิธีการเล่นบาคาร่า เล่นยังไง เริ่มต้นอย่างแรกคือคุณต้องทำความเข้าใจว่าบาคาร่าจะเป็นเกมแบ่งผู้เล่นออกเป็นสองฝ่ายคือเจ้ามือและผู้เล่น โดยที่คุณจะต้องเลือกเดิมพันทายผลได้ว่าฝั่งไหนจะเป็นฝ่ายชนะ คุณสามารถเลือกรูปแบบการเดิมพันได้หลายแบบ

 

ซึ่งจะมีรูปแบบการเดิมพันให้เลือกมากกว่าการเล่นไพ่ป๊อกที่หาผู้ชนะเพียงคนเดียว การนับแต้มของบาคาร่าจะนับแต้มสูงสุดไม่เกิน 9 แต้ม โดยที่ทั้งสองฝั่งสามารถมีไพ่ได้สูงสุดไม่เกิน 3 ใบต่อรอบการเดิมพัน  ซึ่งการจั่วไพ่หากใครที่มีแต้มเพียง 0-5 จะต้องจั่วไพ่เพิ่มอีกใบ หากมีแต้มตั้งแต่ 6-9 ไม่จำเป็นต้องจั่วไพ่เพิ่ม ซึ่งคุณ

 

จะเห็นได้ว่าการนับแต้มจากบาคาร่าจะมีวิธีที่เหมือนกับไพ่ป๊อกเด้งบ้านเรานั่นเอง

สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ก็สามารถเล่นได้อย่างง่ายแต่จะเล่นบาคาร่า เล่นยังไงให้ได้ผลสำเร็จเป็นกำไรทุกครั้งที่เล่นอาจจะต้องใช้เวลาในการฝึกฝน  แต่บาคาร่า ออนไลน์ มือถือ จีคลับ ฮอลิเดย์ Sbobet ฟรี โบนัส 10% 24 ชม. เป็นสิ่งที่คุณจะได้แบบชัวร์  ๆ แม้ว่าอาจจะยังเล่นไม่ชำนาญ หากเข้ามาที่เรารับรองว่าคุณจะได้โบนัสจากเราแน่นอน

 

บาคาร่าจีคลับ

บาคาร่าจีคลับ


การแจกไพ่และการทำแต้ม

บาคาร่า ( Baccarat ) หรือ ป๊อกเด้ง เล่นกันด้วยไพ่ แต่ละฝ่ายจะได้รับแจกไพ่อย่างน้อย 2 ใบ แต่ไม่เกิน 3 ใบ ไพ่ใบแรกกับใบที่สามแจกจากกองให้แกฝ่ายผู้เล่น สวนใบที่สองกับใบที่สีแจกให้ฝ่ายเจ้ามือ ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต้องการไพ่ใบที่สาม ตามกติกาพิเศษที่แสดงพอเป็นสังเขปข้างล่างก็ขอได้ (จั่ว) ไพ่ทุกใบที่แจกจะหงายหน้าขึ้น

การแจกไพ่และการทำแต้ม

การแจกไพ่และการทำแต้ม


แต้มของไพ่

ไพ่ที่มีรูปใบหน้า (เต๊ะ) และ 10 นับเท่ากับ 0

ไพ่ที่มีรูปใบหน้า (เต๊ะ) และ 10 นับเท่ากับ 0

ไพ่ที่มีรูปใบหน้า (เต๊ะ) และ 10 นับเท่ากับ 0

 

ไพ่เอซ ( A) นับเท่ากับ 1

ไพ่เอซ ( A) นับเท่ากับ 1

ไพ่เอซ ( A) นับเท่ากับ 1

 

ไพ่ใบอื่นๆ ทั้งหมดนับตามแต้มหน้าไพ่

ไพ่ใบอื่นๆ ทั้งหมดนับตามแต้มหน้าไพ่

ไพ่ใบอื่นๆ ทั้งหมดนับตามแต้มหน้าไพ่

 

 

 

แต้มของแต่ละฝ่ายคือตัวเลขตัวสุดท้ายของผลบวกของไพ่ทั้งหมดในมือ ดังนั้น ฝ่ายที่ถือไพ่ 8 กับ 9 ก็จะมีแต้ม 7 ( เพราะ 8+9 = 17) ทั้งนี้เพราะไพ่ 10 แต้มและ เต๊ะนับค่าเท่ากับศูนย์ และนับเฉพาะตัวเลขหลักสุดท้ายเท่านั้น ดังนั้นไพ่ 10 แต้มจึงมีค่าเท่ากับศูนย์ การนับแต้มจะนับไล่จาก 0 ถึง 9 เสมอ ( ไม่เหมือนกับการเล่น แบล็กแจ๊คหรือมาเก๊ายีอิด) และ เป็นไปไม่ได้ที่จะนับแยกออกจากกัน

ฝ่ายที่ถือไพ่ 8 กับ 9 ก็จะมีแต้ม 7 ( เพราะ 8+9 = 17)

ฝ่ายที่ถือไพ่ 8 กับ 9 ก็จะมีแต้ม 7 ( เพราะ 8+9 = 17)


ตัวอย่างการนับแต้ม

ตัวอย่างที่หนึ่ง 9 + 0 = 9 แต้มของฝ่ายนี้คือ 9
ตัวอย่างที่สอง 4 + 0 + 9 = 13 แต้มของอีกฝ่ายคือ 3

ตัวอย่างการนับแต้ม

ตัวอย่างการนับแต้ม


ไพ่แนชเชอรัล(ป๊อก)

เพราะแต่ละฝ่ายต่างก็หวังที่จะได้แต้มใกล้ 9 มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อได้แต้ม 8 หรือ 9 จากไพ่สองใบแรกก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งดี อย่างนี้เรียกว่า ” แนชเชอรัล” ทั้งสองฝ่ายต้อง “อยู่” หรือไม่ขอไพ่เพิ่ม ตามปกติแล้ว มีเพียงแต้มเดียวเท่านั้นที่จะเอาชนะแนชเชอรัล 8 ได้คือ แนชเชอรัล 9

ไพ่แนชเชอรัล(ป๊อก)

ไพ่แนชเชอรัล(ป๊อก)


การเล่นเกมส์

แจกไพ่ 2 ใบโดยหงายหน้าไพ่ขึ้นให้ทั้งสองฝ่าย (ผู้เล่นและเจ้ามือ) ถ้าฝ่ายหนึ่งมีไพแนชเชอรัล ฝ่ายนั้นก็ชนะ ถ้าทั้งสองฝ่ายได้ไพ่แนชเชอร์รัล ฝ่ายที่มีแต้มมากกว่าเป็นผู้ชนะ

แต่ถ้าทั้งสองฝ่ายได้ไพ่แนชเชอรัลเท่ากัน ก็เสมอกัน ถ้าทั้งผู้เล่นและเจ้ามือต่างก็ไม่ได้ไพ่แนชเชอรัล ก็ให้ผู้เล่นจั่วไพ่ก่อน เมือฝ่ายผู้เล่นอยุ่ที่แต้ม 6 หรือ 7 ถ้าแต้มน้อยกว่า 6 ก็ให้ผู้เล่นจั่วไพ่อีก 1 ใบ แล้วคิดแต้มใหม่จากด้านของไพ่ทั้งสามใบ

การเล่นเกมส์

การเล่นเกมส์

 


กติกาในการเล่นของผู้เล่น

เมื่อไพ่ 2 ใบแรกของผู้เล่นมีแต้มรวม:
0 1 2 3 4 หรือ 5
6 หรือ 7
8 หรือ 9
ให้ผู้เล่นทำดังนี้
จั่ว (หยิบไพ่เพิ่ม)
อยู่ (ไม่หยิบไพ่เพิ่ม)
อยู่ ( แนชเชอรัล)

ต่อไปก็เป็นทีของฝ่ายเจ้ามือบ้าง เจ้ามือจะอยู่เมื่อได้ไพ่รวมแต้ม 6 หรือ 7 แล้วแต่เจ้ามือก็เล่นแบบตรงไปตรงมาเจ้ามือต้องอยู่เมื่อได้ไพ่รวมแต้ม ตั้งแต่ 0 ถึง 5 และจะอยู่เมื่อได้ไพรวมแต้ม 6 หรือ 7

 

0 1 2 3 4 หรือ 5 จั่ว (หยิบไพ่เพิ่ม)

0 1 2 3 4 หรือ 5 จั่ว (หยิบไพ่เพิ่ม)

 

 

6 หรือ 7 อยู่ (ไม่หยิบไพ่เพิ่ม)

6 หรือ 7 อยู่ (ไม่หยิบไพ่เพิ่ม)

 

 

 

8 หรือ 9 อยู่ ( แนชเชอรัล)

8 หรือ 9 อยู่ ( แนชเชอรัล)

 

 

 

กติกาในการเล่นของเจ้ามือ

เมือไพ่ 2 ใบแรกของเจ้ามือมีแต้มรวม
0 1 2 3 4 หรือ 5
6 หรือ 7
8 หรือ 9
ให้ผู้เล่นทำดังนี้
จั่ว
อยู่
อยู่ (แนชเชอรัล)

 

 

 

 

0 1 2 3 4 หรือ 5 จั่ว

0 1 2 3 4 หรือ 5 จั่ว

 

 

6 หรือ 7 อยู่

6 หรือ 7 อยู่

 

 

8 หรือ 9 อยู่ (แนชเชอรัล)

8 หรือ 9 อยู่ (แนชเชอรัล)

 


อย่างไรก็ตาม ว่ากันที่ไพ่ใบที่สามของผู้เล่น

เจ้ามือ 2 ใบ 3 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 8 เกมส์หยุด

เจ้ามือ 2 ใบ 3 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 8 เกมส์หยุด

เจ้ามือ 2 ใบ 3 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 8 เกมส์หยุด

 

เจ้ามือ 2 ใบ 4 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 1-8-9-10 เกมส์หยุด

เจ้ามือ 2 ใบ 4 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 1-8-9-10 เกมส์หยุด

เจ้ามือ 2 ใบ 4 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 1-8-9-10 เกมส์หยุด

 

เจ้ามือ 2 ใบ 5 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 1-2-3-8-9-10 เกมส์หยุด

เจ้ามือ 2 ใบ 5 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 1-2-3-8-9-10 เกมส์หยุด

เจ้ามือ 2 ใบ 5 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 1-2-3-8-9-10 เกมส์หยุด

 

เจ้ามือ 2 ใบ 6 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 1-2-3-4-5-8-9-10 เกมส์หยุด

เจ้ามือ 2 ใบ 6 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 1-2-3-4-5-8-9-10 เกมส์หยุด

เจ้ามือ 2 ใบ 6 แต้ม ผู้เล่นจั่ว 1-2-3-4-5-8-9-10 เกมส์หยุด


การเป็นผู้ชนะ

ฝ่ายที่มีแต้มมากที่สุดและใกล้ 9 แต้มที่สุดเป็นผู้ชนะ

 

– ผู้ที่วางเดิมพันฝ่ายผู้เล่น ได้เงิน 1 ต่อ 1

ผู้ที่วางเดิมพันฝ่ายผู้เล่น ได้เงิน 1 ต่อ 1

ผู้ที่วางเดิมพันฝ่ายผู้เล่น ได้เงิน 1 ต่อ 1

 

– ผู้ที่วางเดิมพันฝ่ายเจ้ามือ ได้เงิน 1 ต่อ 1 แต่ถูกหัก 5% ซึ่งเป็นค่าต๋ง

ผู้ที่วางเดิมพันฝ่ายเจ้ามือ ได้เงิน 1 ต่อ 1 แต่ถูกหัก 5% ซึ่งเป็นค่าต๋ง

ผู้ที่วางเดิมพันฝ่ายเจ้ามือ ได้เงิน 1 ต่อ 1 แต่ถูกหัก 5% ซึ่งเป็นค่าต๋ง

 

– ผู้ที่วางเดิมพันฝ่ายเสมอ ได้เงิน 1 ต่อ 8

ผู้ที่วางเดิมพันฝ่ายเสมอ ได้เงิน 1 ต่อ 8

ผู้ที่วางเดิมพันฝ่ายเสมอ ได้เงิน 1 ต่อ 8

 

– ผู้ที่วางเดิมพัน ผู้เล่นออกคู่ ได้เงิน 1 ต่อ 11

ผู้ที่วางเดิมพัน ผู้เล่นออกคู่ ได้เงิน 1 ต่อ 11

ผู้ที่วางเดิมพัน ผู้เล่นออกคู่ ได้เงิน 1 ต่อ 11

 

– ผู้ที่วางเดิมพัน เจ้ามือออกคู่ ได้เงิน 1 ต่อ 11

 

ผู้ที่วางเดิมพัน เจ้ามือออกคู่ ได้เงิน 1 ต่อ 11

ผู้ที่วางเดิมพัน เจ้ามือออกคู่ ได้เงิน 1 ต่อ 11

 

 

เมื่อเกิดการเสมอกันขึ้น เดิมพันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเจ้ามือหรือฝ่ายผู้เล่น ( ยกเว้นไพ่คู่) ให้ถอนกลับไปได้ ไม่มีการได้การเสียในตานี้

เสมอ คืนเงิน

เสมอ คืนเงิน

 

 

 

กติกาการเดิมพันบาคาร่า

การเล่นไพ่บาคาร่า จะแจกไพ่ให้ฝั่งเจ้ามือและฝั่งผู้เล่นฝั่งละ 2 ใบ โดยจะแจกไม่เกิน 3 ใบ ซึ่งการนับแต้มของไพ่บาคาร่านั้นจะมีการนับหน้าแต้มไพ่ดังต่อไปนี้

 

 

  • ไพ่ A หรือ ACE มีค่า 1 แต้ม

ไพ่ A หรือ ACE มีค่า 1 แต้ม

 

 

  • ไพ่ 2 หรือ TWO มีค่า 2 แต้ม

ไพ่ 2 หรือ TWO มีค่า 2 แต้ม

 

 

  • ไพ่ 3 หรือ THREE มีค่า 3 แต้ม

ไพ่ 3 หรือ THREE มีค่า 3 แต้ม

 

 

  • ไพ่ 4 หรือ FOUR มีค่า 4 แต้ม

ไพ่ 4 หรือ FOUR มีค่า 4 แต้ม

 

 

  • ไพ่ 5 หรือ FIVE มีค่า 5 แต้ม

ไพ่ 5 หรือ FIVE มีค่า 5 แต้ม

 

 

  • ไพ่ 6 หรือ SIX มีค่า 6 แต้ม

ไพ่ 6 หรือ SIX มีค่า 6 แต้ม

 

 

  • ไพ่ 7 หรือ SEVEN มีค่า 7 แต้ม

ไพ่ 7 หรือ SEVEN มีค่า 7 แต้ม

 

 

  • ไพ่ 8 หรือ EIGHT มีค่า 8 แต้ม

ไพ่ 8 หรือ EIGHT มีค่า 8 แต้ม

 

 

  • ไพ่ 9 หรือ NINE มีค่า 9 แต้ม

ไพ่ 9 หรือ NINE มีค่า 9 แต้ม

 

 

  • ไพ่ 10 หรือ TEN มีค่า 0 แต้ม

ไพ่ 10 หรือ TEN มีค่า 0 แต้ม

 

 

  • ไพ่ J หรือ JACK มีค่า 0 แต้ม

ไพ่ J หรือ JACK มีค่า 0 แต้ม

 

 

  • ไพ่ Q หรือ QUEEN มีค่า 0 แต้ม

ไพ่ Q หรือ QUEEN มีค่า 0 แต้ม

 

 

  • ไพ่ K หรือ KING มีค่า 0 แต้ม

ไพ่ K หรือ KING มีค่า 0 แต้ม

 

 

ตัวอย่างการนับแต้มไพ่คือ ถ้าไพ่ 2 ใบแรก ได้ 3 และ K เท่ากับ 3+0 = 3 แต้ม แต่หากว่าจั่วไพ่เพิ่มมา แล้วได้ 8 ก็จะเป็น 3+0+8 = 11 แต่ว่าเราจะนับแค่เลขตัวท้าย ก็คือ 1 ฉะนั้นแต้มรวมก็คือ 1 แต้ม

ตัวอย่างการนับแต้มไพ่คือ

 

 

 

 

การเดิมพันบาคาร่าออนไลน์ มีดังนี้

การเล่น บาคาร่าออนไลน์ นั้นจะเล่นพนันกันระหว่าง 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายผู้เล่นกับฝ่ายเจ้ามือ ว่าฝ่ายใดจะได้แต้มใกล้เคียง 9 แต้มกว่ากัน การเล่นบาคาร่า ท่านสามารถวางเดิมพันได้ดังนี้

 

 

1. Player  เดิมพันเป็น  ผู้เล่น

. Player  เดิมพันเป็น  ผู้เล่น

 

2. Banker  เดิมพันเป็น  เจ้ามือ

. Banker  เดิมพันเป็น  เจ้ามือ

 

3. TieGame  เดิมพันเป็น  เสมอ

 TieGame  เดิมพันเป็น  เสมอ

 

4. Player Pair  เดิมพันเป็น  ผู้เล่นออกคู่

Player Pair  เดิมพันเป็น  ผู้เล่นออกคู่

 

5. Banker Pair  เดิมพันเป็น  เจ้ามือออกคู่

Banker Pair  เดิมพันเป็น  เจ้ามือออกคู่

 

 

 

 

กติกาการจั่วไพ่บาคาร่า

  • ฝั่งผู้เล่น

ได้ไพ่ 0, 1, 2, 3, 4, 5 แต้ม ต้องจั่วไพ่เพิ่ม

 

 

หากว่าได้ไพ่ 6,7 ไม่ต้องจั่วเพิ่ม

 

 

หากว่าได้ไพ่ 8,9 ( ไพ่ป็อก ) ไม่ต้องจั่วเพิ่ม

 

 

 

  • ฝั่งเจ้ามือ ได้ไพ่ 3 แต้ม ต้องจั่วเพิ่ม ( กรณีฝั่งผู้เล่นจั่วใบที่สามได้ไพ่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 9, 0 แต่หากผู้เล่นจั่วใบที่สามได้ไพ่ 8 เจ้ามือไม่ต้องจั่วเพิ่ม )

ฝั่งเจ้ามือ ได้ไพ่ 3 แต้ม ต้องจั่วเพิ่ม ( กรณีฝั่งผู้เล่นจั่วใบที่สามได้ไพ่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 9, 0 แต่หากผู้เล่นจั่วใบที่สามได้ไพ่ 8 เจ้ามือไม่ต้องจั่วเพิ่ม )

 

 

  • ฝั่งเจ้ามือ ได้ไพ่ 4 แต้ม ต้องจั่วเพิ่ม ( กรณีฝั่งผู้เล่นจั่วใบที่สามได้ไพ่ 2, 3, 4, 5, 6, 7 แต่หากผู้เล่นจั่วใบที่สามได้ไพ่ 1, 8, 9, 0 เจ้ามือไม่ต้องจั่วเพิ่ม )

ฝั่งเจ้ามือ ได้ไพ่ 4 แต้ม ต้องจั่วเพิ่ม ( กรณีฝั่งผู้เล่นจั่วใบที่สามได้ไพ่ 2, 3, 4, 5, 6, 7 แต่หากผู้เล่นจั่วใบที่สามได้ไพ่ 1, 8, 9, 0 เจ้ามือไม่ต้องจั่วเพิ่ม )

 

 

  • ฝั่งเจ้ามือ ได้ไพ่ 5 แต้ม ต้องจั่วเพิ่ม ( กรณีฝั่งผู้เล่นจั่วใบที่สามได้ไพ่ 4, 5, 6, 7 แต่หากผู้เล่นจั่วใบที่สามได้ไพ่ 1, 2, 3, 8, 9, 0 เจ้ามือไม่ต้องจั่วเพิ่ม )

ฝั่งเจ้ามือ ได้ไพ่ 5 แต้ม ต้องจั่วเพิ่ม ( กรณีฝั่งผู้เล่นจั่วใบที่สามได้ไพ่ 4, 5, 6, 7 แต่หากผู้เล่นจั่วใบที่สามได้ไพ่ 1, 2, 3, 8, 9, 0 เจ้ามือไม่ต้องจั่วเพิ่ม )

 

 

  • ฝั่งเจ้ามือ ได้ไพ่ 6 แต้ม ต้องจั่วเพิ่ม ( กรณีฝั่งผู้เล่นจั่วใบที่สามได้ไพ่ 6, 7 แต่หากว่าฝั่งผู้เล่นจั่วได้ไพ่ 1, 2, 3, 4, 5, 8, 9, 0 เจ้ามือไม่ต้องจั่วเพิ่ม )

ฝั่งเจ้ามือ ได้ไพ่ 6 แต้ม ต้องจั่วเพิ่ม ( กรณีฝั่งผู้เล่นจั่วใบที่สามได้ไพ่ 6, 7 แต่หากว่าฝั่งผู้เล่นจั่วได้ไพ่ 1, 2, 3, 4, 5, 8, 9, 0 เจ้ามือไม่ต้องจั่วเพิ่ม )

 

 

  • ฝั่งเจ้ามือ ได้ไพ่ 7 แต้ม ไม่ต้องจั่วเพิ่ม, หากว่าได้ไพ่ 8,9 ( ไพ่ป็อก ) ไม่ต้องจั่วเพิ่ม

ฝั่งเจ้ามือ ได้ไพ่ 7 แต้ม ไม่ต้องจั่วเพิ่ม, หากว่าได้ไพ่ 8,9 ( ไพ่ป็อก ) ไม่ต้องจั่วเพิ่ม

 

 

 

 

โต๊ะบาคาร่ามีให้เลือกเล่นหลายแบบแต่ที่นิยม ๆ มี 2 แบบ คือ
1.แบบหัก 5% ทางฝ่าย Banker : ถ้า Banker (เจ้ามือ) ชนะฝ่ายที่แทง Banker จะเสียค่า commission 5%ตัวอย่างที่ 1  แทง Banker 100 บาท Banker ชนะ คุณจะได้เงินเพียง 95 บาท

แทง Banker จะเสียค่า commission 5%

แทง Banker จะเสียค่า commission 5%

 

 

แต่ถ้าแทง Player ก็ได้เต็ม แทง 100 บาท ได้ 100 บาท ไม่มีหัก(คาสิโนออนไลน์ของเราใช้กติกาแบบนี้นะค่ะ)

แทง Player ก็ได้เต็ม แทง 100 บาท ได้ 100 บาท

แทง Player ก็ได้เต็ม แทง 100 บาท ได้ 100 บาท

 

 

2. ใม่มีค่า commision แต่ถ้า Banker ชนะที่ 6 แต้ม (เจ้าได้ 6 แต้ม)ใครที่แทง Banker จะได้แค่ครึ่งเดียว (50%)

แทง Banker จะได้แค่ครึ่งเดียว

แทง Banker จะได้แค่ครึ่งเดียว

 

 

ถ้าชนะที่แต้มอื่น ได้เต็ม

แต้มอื่น ได้เต็ม

แต้มอื่น ได้เต็ม

 


– ตัวอย่างที่ 1.
แทง Banker 100 บาท banker 6 แต้ม Player 4 แต้ม Bankerชนะ คุณ ได้ 50 บาท

banker 6 แต้ม Player 4 แต้ม

banker 6 แต้ม Player 4 แต้ม

 


– ตัวอย่างที่ 2.
แทง Banker 100 บาท banker 4 แต้ม Player 1 แต้ม Bankerชนะ (ชนะในขณะที่ไม่ใช่ 6 แต้ม) คุณได้เงินเต็มจำนวนที่แทง = 100 บาท(การพนันทุกประเภทมีความเสี่ยงอันนี้ไม่รับประกันนะครับ)

banker 4 แต้ม Player 1 แต้ม

banker 4 แต้ม Player 1 แต้ม

 

 

 

คำศัพท์บาคาร่าออนไลน์

 

ความสนุกในการเล่นเกมไพ่บาคาร่าออนไลน์มีคำศัพท์ที่สำคัญและจำเป็นต้องเรียนรู้ หากต้องการความสำเร็จในการเล่นเดิมพัน ถือเป็นสิ่งที่นักพนันทุกคนต้องรู้และเข้าใจให้มากที่สุด หากใครที่เป็นมือใหม่หัดเล่นควรเริ่มต้นเรียนเพื่อเป็นพื้นฐาน

  • Banker คือ เจ้ามือ หรือที่นักพนันคนไทยส่วนมากมักจะเรียกกันว่าแดง และเลือกเดิมพันทายว่าฝั่งเจ้ามือเป็นผู้ชนะ หากเป็นการเล่นในแบบอเมริกาจะเรียกว่า Banco
Banker

Banker

 

 

  • Player คือ ผู้เล่น และคนไทยส่วนมากเรียกว่า น้ำเงิน โดยเลือกเดิมพันทายผลว่าน้ำเงินชนะ สำหรับการเล่นแบบอเมริการจะเรียกว่า Punto
Player

Player

 

 

  • Dealer คือ ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ในการดำเนินเกมต่าง ๆ เช่น การแจกไพ่ การเก็บไพ่
Dealer

Dealer

 

 

  • Commission คือ ค่าต๋ง ซึ่งเป็นคำที่คนไทยทุกคนมักจะเรียก ซึ่งเป็นเงินที่คาสิโนเรียกเก็บจากนักเดิมพันที่เลือกทายผล Banker
Commission

Commission

 

 

  • Face Card คือ ไพ่ที่มีรูป K Q J หรือเรามักจะเรียกว่าไพ่ขอบ
Face Card

Face Card

 

 

  • Hit คือ การขอจั่วไพ่เพิ่ม โดยเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎกติกานั้น ๆ
Hit

Hit

 

 

  • Stand คือ การไม่ขอจั่วไพ่เพิ่ม เพราะมีแต้มที่ดีอยู่แล้ว
Stand

Stand

 

 

  • Natural คือ ไพ่ที่มีแต้ม รวมเป็น 8หรือ 9 แต้ม ซึ่งเรามักจะเรียกว่าป๊อก 8 ป๊อก 9 นั่นเอง
Natural

Natural

 

 

  • Monkey คือ ไพ่ที่มีแต้มเป็นศูนย์ หรือ ภาษานักพนันเรียกว่า ไพ่บอด
Monkey

Monkey

 

 

  • Big คือ การเลือกทายว่าผู้ที่มีการจั่วไพ่ จะมีโอกาสที่เป็นไปได้ทั้ง Banker และ Player
Big

Big

 

 

  • Small คือ การเลือกทายว่าไม่มีผู้ใดเรียกจั่วไพ่เพิ่มอีก
Small

Small

 

 

  • Pair คือ การที่มีหน้าไพ่เหมือนกันเช่น 7-7 , 5-5
Pair

Pair

 

 

  • Banker Pair คือ การเลือกทายผลการเดิมพันว่าไพ่ของเจ้ามือและผู้เล่นสองใบแรกที่ออกมาเหมือนกัน หน้าเดียวกัน
Banker Pair

Banker Pair

 

 

  • Player Pair คือ การเลือกทายผลการเดิมพันว่าผู้เล่นมีไพ่สองใบแรกที่เหมือนกัน
Player Pair

Player Pair

 

 

  • Perfect Pair คือการเลือกทายผลการพนันเจ้ามือ และไพ่สองใบแรกที่ออกหน้าเดียวกัน

Perfect Pair

 

 

  • Dragon คือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่มีการชนะติดต่อกันหลาย ๆ รอบ เช่น การชนะติดต่อกันของ Player หรือ Banker หลายรอบ หากพบว่ามีเค้าไพ่แบบนี้จะเป็นที่ชอบของนักเดิมพันอย่างมาก

 

Dragon

Dragon

 

 

  • Ping Pong คือการออกผลการเดิมพันที่มีการชนะแบบสลับการแพ้ ซึ่งเป็นเหมือนลูกปิงปองที่เด้งไปมา
Ping Pong

Ping Pong

 

 

  • Round คือ จำนวนรอบการเดิมพันที่เล่นเกมในครั้งนั้น
Round

Round

 

 

  • Shuffle คือ ขอนไพ่ จะหมายถึงการเลือกนำไพ่ทั้งหมดที่นำมาเล่นในการเดิมพันแต่ละครั้ง โดยจะมี 4-8 สำรับ
Shuffle

Shuffle

 

 

  • Tie คือ การเลือกทายผลว่าเสมอและมีแต้มจำนวนที่เท่ากัน Standoff คือ เสมอ แต่จะใช้เรียกในการเล่นแบบอเมริกา
Tie

Tie

 

 

 

สำหรับการเล่นเดิมพันบาคาร่าออนไลน์ การเริ่มต้นในการเรียนรู้คำศัพท์ที่นำมาใช้ในการเล่นเดิมพันเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นเกมไพ่ที่มีความเข้าใจง่าย อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่ามีลักษณะที่คล้ายการเล่นไพ่ป๊อกเด้งทั้งนี้เพื่อความสนุกและช่วยลดความเสี่ยง สิ่งสำคัญและมีความจำเป็นต้องเริ่มต้นในการเลือกเล่นเกมอย่างมีสติและเข้าใจถึงคำศัพท์พื้นฐานของการเล่นบาคาร่าจะช่วยให้ประสบความสำเร็จในการเดิมพันได้ดีที่สุด

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.